Categories
รวมบทความ

12 อันดับ หมวกกันน็อคเต็มใบ รูปแบบใหม่ ควรค่าแก่การใช้งาน 2024 

หมวกกันน็อคเต็มใบ

หมวกกันน็อคจะมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน สำหรับ หมวกกันน็อคเต็มใบ จะมีลักษณะต่างจากหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบตรงที่มีส่วนคางเสริมเข้ามาแบบเต็มใบ ทำให้มีการป้องกันส่วนของศีรษะที่ครอบคลุมมากกว่า สำหรับใครที่ชื่นชอบหมวกกันน็อคประเภทนี้ก็ไม่ควรพลาด เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำหมวกกันน็อคแบบเต็มใบที่น่าใช้งานมากที่สุดกัน 

แนะนำ 12 หมวกกันน็อคเต็มใบ สุดทันสมัย น่าใช้งาน 2024

ต้องบอกว่า หมวกกันน็อค เต็มใบ มีข้อดีอยู่หลายอย่าง หลัก ๆ ก็จะช่วยปกป้องศีรษะของเราได้ทั้งหมด ตั้งแต่ส่วนคอขึ้นไป เรียกว่าครอบคลุมมากกว่าหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ ฉะนั้นหากเกิดอุบัติเหตุก็จะช่วยลดการบาดเจ็บได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังช่วยให้มองเห็นในขณะขับขี่ได้ชัดขึ้นอีกด้วย มาดูว่า หมวกกันน็อคเต็มใบยี่ห้อไหนดี 2024

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Oneal 2SRS

หมวกกันน็อค แบบเต็มใบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับจักรยานยนต์วิบากโดยเฉพาะ ดูจากรูปทรงแล้วจะเห็นว่ามีดีไซน์สุดเท่ เหมาะกับคนที่มีศีรษะเล็ก ซึ่งจะใช้สีคลาสสิกผสมผสานกับความทันสมัย จัดเป็น หมวกกันน็อคเต็มใบ ที่ถูกใจเหล่าชายหนุ่มอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับขนาดของหมวกจะมีไซส์ S และ M 

จุดเด่น: ออกแบบเพื่อใช้งานกับจักรยานยนต์แบบวิบากโดยเฉพาะ

ราคา: 3,950 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Yamaha MAX Series

หมวกกันน็อครุ่นนี้ผลิตจากพลาสติก ABS มาในสไตล์สปอร์ตชนิดเต็มใบแบบเปิดหน้า โดยจะมี 4 สี ได้แก่ แดง น้ำเงิน เทา และดำ พร้อมทั้งชุดซับแบบ 3D รับกับใบหน้า นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งแว่นกันแดดภายในหมวก พร้อมทั้งสายรัดคางแบบตัวเสียบสไลด์บาร์ ช่วยให้ถอดใส่ได้อย่างง่ายดาย และมีห่วงสำหรับคล้องหมวกอีกด้วย ใครถามว่า หมวกกันน็อคเต็มใบยี่ห้อไหนดี ที่รองรับผู้สวมแว่นตา ต้องรุ่นนี้เลย 

จุดเด่น: รองรับสำหรับผู้สวมแว่นตา

ราคา: 1,500 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. SHOEI NEOTEC2 Excursion TC-5

หมวกกันน็อคเต็มใบดีไซน์ทันสมัย มีความสวยงามหรูหรา โดยจะมีชิลด์สุดแกร่ง สามารถใช้งานแบบยกคางได้ จึงทำให้หมวกรุ่นนี้ใช้ได้ทั้งในรูปแบบเต็มใบและครึ่งใบ ทั้งยังสามารถติดตั้งแว่นกันแดดได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ก็จะช่วยให้ขับขี่ในตอนกลางวันได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น 

จุดเด่น: ใช้งานได้ทั้งรูปแบบหมวกเต็มใบและหมวกครึ่งใบ

ราคา: 24,500 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. SHOEI X15

ใครมองหา หมวกกันน็อคเท่ๆ ตัวนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย เรียกว่าเป็นรุ่นท็อปของแบรนด์ที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ติดตามการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ โดยหมวกกันน็อครุ่นนี้จะมีน้ำหนักเบา ดีไซน์สปอร์ต มีความโฉบเฉี่ยว แข็งแรงทนทาน สามารถระบายอากาศและป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี 

จุดเด่น: ป้องกันเสียงรบกวนได้ดี

ราคา: 29,800 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Real Helmets Hurricane Race X

หมวกกันน็อคเต็มใบreal helmets รุ่นนี้ผลิตจาก Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS.) คัดเกรด มาพร้อมชุดนวมแบบ Asian Fit ใส่แล้วนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี แถมยังถอดซักได้ง่าย อีกทั้งยังมีระบบปลดนวมแบบฉุกเฉินด้วย ถือเป็นหมวกกันน็อคอีกหนึ่งรุ่นที่รองรับแรงกระแทกได้ดี 

จุดเด่น: มีระบบปลดนวมกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

ราคา: 2,450 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. INDEX 811

เรียกว่าเป็น หมวกกันน็อค เต็มใบ รุ่นยอดนิยมที่มีราคาค่อนข้างถูกเลยทีเดียว ดีไซน์หมวกดูเรียบง่าย ด้านในจะมีแว่นตากันแดด พร้อมชิลด์ด้านนอกอีก 1 ชั้น ส่วนตรงคางก็มีช่องเปิดระบายอากาศ สำหรับขนาดจะอยู่ที่ 59-60 เซนติเมตร (ไซส์ L) มีทั้งสีที่มีลวดลายและไม่มีลวดลาย ใครกำลังเล็ง หมวกกันน็อคเต็มใบราคาไม่เกิน 1000 อยู่ก็พิจารณาตัวนี้ได้เลย 

จุดเด่น: ด้านในมีแว่นตากันแดดขนาดใหญ่

ราคา: 955 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Bilmola Spiker

อีกหนึ่งหมวกกันน็อคดีไซน์สปอร์ต มีความโฉบเฉี่ยว ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายหมวกกันน็อควิบาก สามารถถอดส่วนคางและปีกหมวกออกได้ นอกจากนี้ยังรองรับการติดตั้งบลูทูธอีกด้วย ด้านในมีแว่นกันแดดในตัว สามารถใส่ได้อย่างสะดวกสบาย โดยหมวกจะมีให้เลือก 5 ขนาด ตั้งแต่ 55-64 เซนติเมตร 

จุดเด่น: ถอดคางและปีกหมวกออกได้

ราคา: 2,239 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Index ID Spartan

หากพูดถึง หมวกกันน็อคเต็มใบindex รุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ เลย โดยเป็นหมวกที่มีลวดลายสุดเท่ รองรับผู้ที่มีขนาดศีรษะตั้งแต่ 57-62 เซนติเมตร สามารถเลือกใช้งานได้อย่างอิสระ เพราะจะมีให้เลือกอยู่ 3 ขนาดด้วยกัน บริเวณหน้ากระจกเป็นสีชา ช่วยปกป้องมลภาวะในระหว่างขับขี่ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีที่หุ้มคางเพื่อความกระชับอีกด้วย 

จุดเด่น: เลือกใช้งานได้ 3 ขนาด

ราคา: 1,199 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Avex รุ่น Topgun

หมวกกันน็อคนี้ผลิตจากวัสดุ ABS High Impact โดยจะมีทั้งความแข็งแรงและความเหนียว จึงสามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี ภายในมีฟองน้ำแบบพิเศษ สัมผัสนุ่มสบาย ใส่แล้วกระชับ นอกจากนี้ชิลด์หน้าก็ยังคงทนต่อแรงกระแทกได้ดีด้วย หากใครสงสัยว่า หมวกกันน็อคยี่ห้อไหนได้มาตรฐาน ยี่ห้อนี้ก็ผ่านมาตรฐาน มอก. เรียบร้อยแล้ว 

จุดเด่น: ทนแรงกระแทกได้ดี

ราคา: 890 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. AGV K1 Matt Black

ใครกำลังตามหา หมวกกันน็อคเต็มใบผู้หญิง รุ่นนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย โดยมีดีไซน์ทรงสปอร์ตแบบเท่ ๆ ออกแบบมาอย่างเรียบหรู ผลิตมาจากวัสดุ High Resistance Thermoplastic ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานมากพอสมควร นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นอีกด้วย บริเวณหมวกจะมีช่องสำหรับระบายอากาศ 5 ช่อง 

จุดเด่น: มีช่องระบายอากาศ 5 ช่อง

ราคา: 6,500 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Eroro Motorcycle Jiekai Helmet

หมวกกันน็อคจาก ERORO รุ่นนี้ผลิตจากพลาสติก ABS ชนิดพิเศษ มีความแข็งแรงและทนทาน มาพร้อมรูปทรงสวยงาม สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี จัดเป็นหมวกกันน็อคที่สามารถเปิดส่วนคางได้ โดยจะมีสายรัดคางแบบตัวเสียบสไลด์บาร์ จึงถอด-ใส่ได้อย่างรวดเร็ว 

จุดเด่น: เปิดคางได้ สายรัดคางถอด-ใส่ได้รวดเร็ว

ราคา: 935 บาท 

หมวกกันน็อคเต็มใบ
  1. Space Crown WS-I

หมวกกันน็อค Space Crown รุ่นนี้เป็นแบบเปิดหน้า สามารถใส่ได้อย่างสบาย ไม่หนักศีรษะ และสินค้าของเขาก็ได้รับรองมาตรฐานจาก มอก. เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยทุกครั้งในการขับขี่ สำหรับขนาดที่เหมาะสม คือ ขนาดรอบศีรษะ 59 เซนติเมตร หากใครยังไม่รู้ว่าจะเลือก หมวกกันน็อคยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำตัวนี้เลย ซึ่งมีให้เลือกครบทุกสี 

จุดเด่น: ใส่สบาย เบาศีรษะ

ราคา: 264 บาท 

ชี้เป้า หมวกกันน็อคเต็มใบ ดีไซน์สุดทันสมัย ควรค่าแก่การใช้งาน

หมวกกันน็อคเต็มใบ

นอกจากรูปทรงที่สวยงาม เราควรพิจารณาด้วยว่า หมวกกันน๊อค แบบไหนปลอดภัยที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วหมวกกันน็อคมีไว้เพื่อเซฟอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายอย่างศีรษะ ดังนั้นเราควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ สำหรับใครที่สนใจหมวกกันน็อคเต็มใบที่เราแนะนำไปข้างต้น สามารถซื้อที่แหล่งจำหน่ายของแบรนด์ หรือในช่องทางออนไลน์ก็ได้เช่นกัน

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

12 น้ำยาปรับผ้านุ่ม ใช้แล้วผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน 2024 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม

นอกจากผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกแล้ว น้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการซักผ้า เพราะนอกจากจะช่วยให้ผ้านุ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้เสื้อผ้าของเรามีกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย หากเราเลือกใช้น้ำยาสูตรที่ใช่ รวมถึงซักผ้าอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้ผ้าของเรามีกลิ่นหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้นแน่นอน

แนะนำ 10 น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรหอมติดทนนาน ใช้แล้วผ้านุ่มและหอมขึ้น

น้ำยาปรับผ้านุ่ม

ต้องบอกว่า น้ำยา ปรับผ้านุ่ม แต่ละสูตร แต่ละยี่ห้อจะให้กลิ่นหอมแตกต่างกัน บางสูตรมีกลิ่นหอมสดชื่นแบบอ่อนโยน ในขณะที่บางสูตรมีกลิ่นหอมฉุน แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่กลิ่นก่อนซักเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำยาบางสูตรก็ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ หลังซัก หรืออาจให้กลิ่นหอมกำลังดีก็ได้ วันนี้ขอแนะนำ น้ำยาปรับผ้านุ่มหอมติดทนนาน 2567 จะมียี่ห้อไหน สูตรใดบ้าง มาดูกันเลย 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Hygiene Expert Care กลิ่น So Happy

ไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ สูตรเข้มข้นพิเศษ กลิ่น So Happy ถือเป็นหนึ่งใน น้ำยาปรับผ้านุ่มไฮยีน ที่หลายคนการันตีเรื่องกลิ่นหอมติดทนนาน โดยกลิ่นหอมนี้คัดสรรมาจากช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยความสุขในทุ่งดอกไม้ ทำให้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรนี้มอบกลิ่นหอมพร้อมความสุขในเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดี 

ปริมาณ: 540 ml

ราคา: 52 บาท

ระดับความติดทน: 10/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Downy Concentrated Laundry Softener Garden Bloom

หากถามว่า น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรไหนหอมสุด มักมีหลายคนตอบว่าดาวน์นี่ เรียกว่าน้ำยาสูตรนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยจะเป็นสูตรเข้มข้นที่ใช้เพียงนิดเดียวก็หอมติดทนนาน ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าสูตรธรรมดามากถึง 4 เท่า ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เยอะมากก็สามารถช่วยให้ผ้าหอมสดชื่นและติดทนนานแล้ว 

ปริมาณ: 590 ml.

ราคา: 72 บาท

ระดับความติดทน: 9.5/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Downy Fabric Softener Expert Indoor Dry

น้ำยาปรับผ้านุ่มดาวนี่ สูตรตากผ้าในร่ม มาพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนละไมจากดอกมะลิ นอกจากจะช่วยมอบความหอมแล้ว สูตรนี้ยังช่วยลดกลิ่นอับชื้นให้กับเสื้อผ้าได้อีกด้วย และที่สำคัญสูตรนี้จะมีความเข้มข้นกว่าสูตรธรรมดามากถึง 4 เท่า จึงสามารถใช้เพียงแค่นิดเดียวก็ทำให้หอมติดทนนานได้ตลอดทั้งวัน 

ปริมาณ: 1,200 ml.

ราคา: 159 บาท

ระดับความติดทน: 9/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Fineline Water Harmony

อีกหนึ่งน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มีคุณสมบัติช่วยให้เสื้อผ้านุ่มสะอาด พร้อมมอบกลิ่นหอมให้แบบเต็มเปี่ยม ซึ่งได้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย สูตรนี้จะมาพร้อมนวัตกรรม Color Lock ช่วยให้ผ้ามีสีสันสดใสยาวนานยิ่งขึ้น แถมมีกลิ่นหอมติดทนนานอีกด้วย 

ปริมาณ: 500 ml.

ราคา: 75 บาท

ระดับความติดทน: 9/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. De Paris Luxury French Perfume Style

De Paris Luxury French Perfume Style เป็นน้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรเข้มข้นพิเศษ ได้หัวน้ำหอมจากฝรั่งเศส ซึ่งมีความเข้มข้นกว่าสูตรปกติมากถึง 6 เท่า เมื่อใช้แล้วจะช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมติดทนนานกว่า 30 วันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้เสื้อผ้าอีกด้วย 

ปริมาณ: 540 ml.

ราคา: 69 บาท

ระดับความติดทน: 9/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Fineline Windy Bliss

น้ำยาปรับผ้านุ่มไฟน์ไลน์ สูตรนี้จะให้กลิ่นหอมแบบนุ่มนวล แต่ติดทนนานพอสมควร เพราะเป็นสูตรเข้มข้นพิเศษ และด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100% จึงทำให้มีความอ่อนโยน ให้กลิ่นหอมแบบซอฟต์ ๆ ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว บวกกับนวัตกรรม Color Lock ที่ช่วยให้สีสันของเสื้อผ้าดูสดใส ไม่ซีดจาง 

ปริมาณ: 500 ml.

ราคา: 75 บาท

ระดับความติดทน: 9/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Comfort Ultra Fabric Softener Daily Fresh

น้ำยาปรับผ้านุ่มcomfort สูตรเข้มข้น กลิ่น Daily Fresh มาพร้อมแคปซูลที่ช่วยให้ผ้ามีกลิ่นหอมติดทนนาน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยให้ผ้านุ่มฟู สามารถรีดง่าย แถมยังถนอมสีและใยผ้าอีกด้วย เรียกว่าเป็นสูตรประหยัดมาตรฐาน 10 เท่า ใช้เพียงแค่ครึ่งฝาก็หอมติดทนนาน 24 ชั่วโมงแล้ว 

ปริมาณ: 3,800 ml.

ราคา: 319 บาท

ระดับความติดทน: 9/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Hygiene Expert Care กลิ่น Peony Bloom

ถ้าถามคนส่วนใหญ่ว่า น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อไหน หอมติดทน ก็มักจะมีน้ำยาไฮยีนสูตรนี้อยู่ในลิสต์ด้วย มีนวัตกรรมล่าสุดเฉพาะของทางแบรนด์อย่าง Life Scent ซึ่งได้สกัดกลิ่นหอมจากดอกไม้ที่ยังคงอยู่บนต้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ได้กลิ่นหอมสดชื่นอันบริสุทธิ์ หลังจากใช้แล้วจะทำให้ผ้านุ่มและมีกลิ่นหอมยาวนาน 

ปริมาณ: 1,100 ml.

ราคา: 129 บาท

ระดับความติดทน: 8.5/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Hi Class Secret Romance

น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มีกลิ่นหอมแบบละมุนที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้ตลอดวัน ซึ่งได้กลิ่นหอมจากธรรมชาติ Natural Essentials Oil นอกจากจะมอบกลิ่นหอมให้แล้ว ยังช่วยให้ผ้านุ่มและรีดง่ายขึ้น ยังช่วยลดกลิ่นอับได้อีกด้วย แนะนำให้แช่ผ้ากับน้ำยาทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที ก่อนซัก จะช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น 

ปริมาณ: 550 ml. x 3 ถุง

ราคา: 45 บาท

ระดับความติดทน: 8.5/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Smart Concentrated Fabric Softener Natural Purple Love

น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรเข้มข้นพิเศษจากสมาร์ท ถือเป็นอีกหนึ่ง น้ำยาปรับผ้านุ่มหอมติดทนนาน ที่ให้กลิ่นหอมเข้มข้นแบบธรรมชาติ มาพร้อมเทคโนโลยีสมาร์ทเซนเทคที่ช่วยลดกลิ่นอับชื้น ส่งผลให้ผ้านุ่มสะอาด มีกลิ่นหอมติดทนนานถึง 6 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีช่วยให้ผ้าแห้งเร็วอีกด้วย 

ปริมาณ: 530 ml.

ราคา: 89 บาท

ระดับความติดทน: 8.5/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. Comfort Ultra Fabric Softener Active Fresh

เรียกว่าเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ไม่ได้ให้ความหอมแก่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีส่วนช่วยในการลดกลิ่นอับด้วย ใครที่มีเหงื่อออกมากก็จะเหมาะกับสูตรนี้ เพราะจะขจัดกลิ่นเหงื่อได้ค่อนข้างดี นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้ผ้านุ่ม ไม่หยาบกระด้าง แถมยังป้องกันสีผ้าจากแสงแดดได้อีกด้วย 

ปริมาณ: 600 ml.

ราคา: 259 บาท

ระดับความติดทน: 8/10 

น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  1. D-nee Concentrated Fabric Softener Organic Lavender

น้ำยาปรับผ้านุ่มดีนี่ สูตรเข้มข้น กลิ่นออร์แกนิค ลาเวนเดอร์ จะให้กลิ่นหอมแบบอ่อนโยน กลิ่นไม่ฉุน ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีลดกลิ่นอับชื้น ช่วยให้ผ้าหอมยาวนานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสูตรนี้จะปราศจากแคปซูลน้ำหอม ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าใช้แล้วจะมีอาการแพ้หรือระคายเคือง 

ปริมาณ: 450 ml.

ราคา: 84 บา

ระดับความติดทน: 8/10 

เลือก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้เหมาะกับความต้องการ ช่วยให้ผ้ามีกลิ่นหอมนานสุดฟิน

น้ำยาปรับผ้านุ่ม

หลังจากทราบแล้วว่า น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อไหนหอม 2567 หวังว่าทุกคนจะเจอน้ำยาสูตรที่ใช่กันแล้ว สำหรับวิธีเลือกให้เหมาะสม แนะนำให้เลือกสูตรที่เข้ากับน้ำยาซักผ้าที่เราใช้จะช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

12 อันดับ เต็นท์สนาม ทนต่อสภาพอากาศ คุณภาพดี น่าใช้งาน 2024 

เต็นท์สนาม

การออกไปเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์นอกสถานที่เป็นเวลาหลายวันจำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์สำคัญ ๆ หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ เต็นท์สนาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สายลุยขาดไม่ได้เลย เพราะการที่มีเต็นท์ติดตัวไปด้วยจะช่วยทำให้อุ่นใจเมื่อถึงเวลาที่ต้องพักผ่อน ฉะนั้นใครกำลังจะออกไปผจญภัยควรมีเต็นท์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน 

ชี้เป้า 12 เต็นท์สนาม รองรับไม่เกิน 5 คน ทนลมและฝน คุณภาพดี น่าใช้งาน

เต็นท์สนาม

มือใหม่หลาย ๆ คนที่ไม่เคยซื้อเต็นท์และอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมเดินป่าหรือตั้งแคมป์อาจไม่รู้ว่าควรเลือก เต็นท์สนามยี่ห้อไหนดี และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด จริง ๆ แล้วการเลือกซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ยากนัก เพียงแค่จะต้องพิจารณาคุณสมบัติก่อนตัดสินใจซื้อ มาดูกันว่า เต็นท์ สนาม แบรนด์ไหนน่าใช้งานบ้าง 

เต็นท์สนาม
  1. Lancamp JS62-105

หนึ่งใน ยี่ห้อเต็นท์ยอดนิยม ที่หลายคนให้ความสนใจเต็นท์สนามรุ่นนี้รองรับได้ 1-2 คน มีประตู 2 บาน แต่ไม่มี Fly Sheet เหมาะกับมือใหม่ที่ชอบตั้งเต็นท์เองแบบง่าย ๆ สามารถพักผ่อนคนเดียวหรือเป็นคู่ก็ได้ บริเวณประตูมีมุ้งตาข่ายช่วยกันแมลง วัสดุที่ใช้กันความชื้นได้เป็นอย่างดี แถมมีกระเป๋าจัดเก็บมาให้ด้วย 

น้ำหนัก: 3 kg

ความสูง: 150 cm

จำนวนรองรับ: 1-2 คน

ราคา: 504 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. NatureHike Thailand Star-River 2 Ultralight Two Men Tent

เต็นท์รุ่นนี้รองรับได้ 1-2 คน โดยจะมีทางเข้า-ออก อยู่ด้วยกัน 2 ทาง ช่วยให้ภายในเต็นท์มีความชื้นน้อยลง ภายนอกเต็นท์ดีไซน์สวยงาม ผ่านการตัดเย็บมาอย่างดี ผนังเต็นท์เป็นแบบ 2 ชั้น ผลิตจากไนลอนและโพลีเอสเตอร์ เคลือบด้วยซิลิโคน หากใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อ เต็นท์ naturehike รุ่นไหนดี ขอแนะนำรุ่นนี้เลย 

น้ำหนัก: 2.221 kg.

ความสูง: 165 cm.

จำนวนรองรับ: 1-2 คน

ราคา: 4,463 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. NatureHike 20D/210T

อีกหนึ่งรุ่นจาก Naturehike สำหรับรุ่นนี้จะเป็น เต๊นท์สนามเดินป่า ที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ดี ผิวด้านนอกของเต็นท์ถูกเคลือบด้วยสารชนิดพิเศษ ทำให้ทนต่อสภาพอากาศพอสมควร ผิวเต็นท์ทำจากโพลีเอสเตอร์ มาพร้อมกับผ้าตาข่ายที่ช่วยระบายอากาศ โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ส้ม แดง และฟ้า 

น้ำหนัก: 1.5 kg.

ความสูง: 110 cm.

จำนวนรองรับ: 1-2 คน

ราคา: 4,363 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Karana Forester 2 Mark III Canopy Tent

เต็นท์ สนามขนาดกะทัดรัด รองรับได้ถึง 2 คน รุ่นนี้จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบพื้นฐาน ประกอบด้วยประตูและหน้าต่าง 2 ส่วน ตรงนี้จะช่วยให้ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี แถมเวลาเข้า-ออกก็ไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้ตัวเต็นท์ยังแยกพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมไว้อย่างชัดเจนอีกด้วย 

น้ำหนัก: 5.4 kg.

ความสูง: 135 cm.

จำนวนรองรับ: 2 คน

ราคา: 2,290 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. MSR Elixir 3 V2

เต็นท์สนามน้ำหนักเบา สามารถรองรับได้มากสุด 3 คน เหมาะกับการออกทริปเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือปิกนิก ประตูทางเข้าถือว่าค่อนข้างใหญ่ ช่วยให้เข้า-ออกได้อย่างสะดวก โครงสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน ด้วยความที่ใช้เทคโนโลยีโคทติงเคลือบและตะเข็บการตัดเย็บแบบละเอียด จึงทนต่อสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี 

น้ำหนัก: 3.19 kg.

ความสูง: 104 cm.

จำนวนรองรับ: 1-3 คน

ราคา: 10,500 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Thai Adventure Yama Tento

เต็นท์สนามโครงเหล็ก จากแบรนด์ไทยที่รองรับได้ 2-3 คน ด้วยการผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง จึงทำให้สามารถทนต่อความเสียหายจากสภาพอากาศได้ดี ภายนอกถูกออกแบบมาให้ดูสวยงามและทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาวได้อย่างมาก หากใครต้องการเต็นท์ที่มีคุณภาพสมกับราคา ขอแนะนำเลย 

น้ำหนัก: 6.6 kg

ความสูง: 200 cm

จำนวนรองรับ: 2-3 คน

ราคา: 3,990 บาท 

  1. MSR Mutha Hubba NX V2 Tent

เต็นท์เดินป่าขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย ช่วยให้เดินทางสะดวกมากขึ้น สามารถรองรับได้มากสุด 3 คน ไม่ว่าจะทริปไหน ๆ ก็สามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะกับคนที่กำลังตามหา เต็นท์สนามเดินป่า น้ำหนักเบา และด้วยราคาหลักหมื่นขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวเลยว่าคุณภาพนั้นจะด้อยกว่าเต็นท์รุ่นอื่น 

น้ำหนัก: 2.18 kg.

จำนวนรองรับ: 2-3 คน

ราคา: 21,500 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Blackdeer Archeos 3P

อีกหนึ่งเต็นท์สนาม เดินป่าที่มีคุณภาพดี น่าใช้งาน สามารถรองรับได้มากสุด 3 คน สำหรับตัวผ้าเต็นท์จะผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ชั้นดี มาพร้อมกับเสาที่เป็นอลูมิเนียม มีความแข็งแรงและทนทาน ถือเป็น เต็นท์สนามกันฝน ที่มีฟลายชีทที่ช่วยกันแดด กันฝน และสามารถระบายอากาศได้ดีอีกด้วย 

น้ำหนัก: 3.25 kg.

ความสูง: 120 cm.

จำนวนรองรับ: 3 คน

ราคา: 2,900 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Camel Outdoor A1S3NA111-1

นี่คือ เต็นท์สนามอเนกประสงค์ ที่สามารถรอบรับได้มากถึง 4 คน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นกางได้เองอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลากางเต็นท์นาน ๆ ซึ่งเหมาะกับมือใหม่มากเลยทีเดียว บริเวณประตูจะมีมุ้งตาข่ายช่วยกันแมลง โดยเต็นท์รุ่นนี้สามารถสะท้อน UV ได้ รวมถึงระบายอากาศได้ดีมาก ๆ ด้วย 

น้ำหนัก: 3.4 kg.

ความสูง: 200 cm.

จำนวนรองรับ: 3-4 คน

ราคา: 2,114 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Free Adventure รุ่น Navigator 4 Men (FRT 229)

เต็นท์สนามขนาดใหญ่ สามารถรองรับได้มากถึง 4 คน ซึ่งถูกออกแบบมาให้ประตูและหน้าต่างเป็นแบบ 2 ส่วน จึงสามารถระบายอากาศได้ดี เวลาอยู่ข้างในเต็นท์แล้วจะไม่รู้สึกอึดอัด หากดูจากขนาดและฟังก์ชั่นของเต็นท์แล้ว ต้องบอกว่าเหมาะกับทริปเอาท์ดอร์แบบครอบครัวมากเลยทีเดียว 

น้ำหนัก: 4.2 kg.

ความสูง: 150 cm.

จำนวนรองรับ: 4 คน

ราคา: 2,590 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Coleman JP Cross Dome 270

เรียกว่าเป็นเต็นท์แบบครอบครัวก็ว่าได้ เพราะสามารถรองรับได้สูงสุดถึง 5 คนเลยทีเดียว ลักษณะคล้าย เต็นท์ K2 กับ Coleman มาพร้อมคุณสมบัติกันแดดและกันฝนได้ดี หน้าเต็นท์จะมีเสาอยู่ 2 ต้น ช่วยบังแดดและฝนได้ และในส่วนของภายในก็จะระบายอากาศได้ดีเช่นกัน เหมาะกับใช้ออกทริปครอบครัวสุด ๆ 

น้ำหนัก: 10.6 kg.

ความสูง: 175 cm.

จำนวนรองรับ: 4-5 คน

ราคา: 5,900 บาท 

เต็นท์สนาม
  1. Chums A Frame Tent T/C 4

เต็นท์สนามใหญ่ รองรับได้ 4 คน ดีไซน์ภายนอกถือว่าสวยงามและทันสมัย สามารถพกพาไปทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลุยป่า ขึ้นเขา หรือตั้งแคมป์ใกล้ริมน้ำก็สะดวกสบาย ตัววัสดุที่ใช้มีความยืดหยุ่น แข็งแรงและทนทาน สามารถใช้งานได้ในระยะยาว 

น้ำหนัก: 23 kg.

ความสูง: 202 cm.

จำนวนรองรับ: 4 คน

ราคา: 35,550 บาท 

ทริคการเลือก เต็นท์สนาม ยี่ห้อไหนดี ตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว

เต็นท์สนาม

การเลือกซื้อเต็นท์จำเป็นต้องคำนึงถึงการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ความชอบเท่านั้น นอกจากขนาดของเต็นท์แล้ว สิ่งที่เราควรพิจารณาคือวัสดุที่ใช้ผลิต รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน หากถามว่า เต็นท์ยี่ห้อไหนดีที่สุด จริง ๆ แล้วมีหลายยี่ห้อ เราควรดูว่าคุณสมบัติของเต็นท์สนามแต่ละยี่ห้อ หรือแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร หลังจากนั้นนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

8 เก้าอี้แค้มปิ้ง ยี่ห้อไหนดี ใช้ได้ทั้งปีอย่างคุ้มค่า 2024 

เก้าอี้แค้มปิ้งเก้าอี้แค้มปิ้ง

หนึ่งในอุปกรณ์ตั้งแคมป์ที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ เก้าอี้แค้มปิ้ง เพราะจะช่วยให้เรานั่งได้แบบสบาย ๆ ไม่ปวดหลัง สำหรับเก้าอี้ที่ใช้ในการตั้งแคมป์ก็มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน หากจะซื้อมาใช้ก็ควรเลือกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดจะได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป วันนี้มาดูกันว่ามีเก้าอี้ยี่ห้อไหนน่าซื้อมาใช้บ้าง 

แนะนำ 8 เก้าอี้แค้มปิ้ง ยี่ห้อไหนดี ใช้งานได้ทั้งปีสมกับราคา 2024

เก้าอี้แคมป์ปิ้ง แต่ละประเภทมีลักษณะต่างกัน ทั้งนี้การจะเลือกเก้าอี้สักตัวมาใช้งานก็ต้องเลือกให้เหมาะกับบริบทนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากเก้าอี้มีหลายขนาด แม้ว่าจะพับได้ แต่หากขนาดไม่เพียงพอก็คงตอบโจทย์การใช้งานได้ไม่มากนัก มาดูกันว่า 8 เก้าอี้ แค้มปิ้ง ยี่ห้อไหน รุ่นใดน่าสนใจบ้าง 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Coleman รุ่น Lay Chair

เก้าอี้แค้มปิ้งcoleman รุ่นนี้มีน้ำหนัก 3.7 กิโลกรัม สามารถปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ โครงเป็นอลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา ส่วนตัวเก้าอี้ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์ ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการใช้เป็น เก้าอี้ปิคนิค และตั้งแคมป์ ถือเป็นอีกหนึ่งเก้าอี้แค้มปิ้ง พับเก็บได้ง่าย และพกพาสะดวกมาก ๆ 

ประเภท: เก้าอี้สนามสำหรับปิกนิก

รองรับน้ำหนัก: 80 kg.

ราคา: 3,700 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. NatureHike รุ่น NH16J001-J

เก้าอี้แค้มปิ้งnaturehike รุ่นนี้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักอยู่ที่ 1.1 กิโลกรัม สามารถพับเก็บและพกพาได้สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเดินทางไปตั้งแคมป์ที่ไหนก็พกไปได้แบบชิล ๆ แม้ว่าจะมีน้ำหนักเบา แต่ยังคงมีความแข็งแรงและทนทาน โดย เก้าอี้สนามพับได้ รุ่นนี้มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ดำ, เขียว และแดง 

ประเภท: เก้าอี้สนามพับได้

รองรับน้ำหนัก: 100 kg.

ราคา: 713 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Quechua รุ่น Basic

เก้าอี้แค้มปิ้งquechua รุ่น Basic ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการตั้งแคมป์โดยเฉพาะ โดยมีน้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม ขนาดเก้าอี้กำลังดี แถมมีพนักพิงหลัง ที่วางแขน รวมทั้งช่องวางขวดน้ำให้ด้วย ถือเป็น เก้าอี้แค้มปิ้งดีแคทลอน ที่มีความแข็งแรง สามารถกางออกและพับเก็บได้ง่าย ๆ 

ประเภท: เก้าอี้สนาม

รองรับน้ำหนัก: 110 kg.

ราคา: 625 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Camel Crown รุ่น Folding Chair

เก้าอี้จากแบรนด์ Camel Crown รุ่นนี้มีน้ำหนัก 2.62 กิโลกรัม ถูกออกแบบมาให้สามารถพับเก็บได้ง่าย เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ นับเป็น เก้าอี้พับได้ ทรงคลาสสิกที่มีโครงทำจากวัสดุ Steel Guan น้ำหนักเบา ทนทานและยืดหยุ่นสูง ส่วนเบาะนั่งทำจากผ้า Oxford 600D 

ประเภท: เก้าอี้พับกลางแจ้ง

รองรับน้ำหนัก: 100 kg.

ราคา: 1,189 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Helinox รุ่น Chair One XL

เก้าอี้แค้มปิ้ง แบบพกพาจากเกาหลี มาพร้อมกับรางวัล ISPO ที่ช่วยการันตีเรื่องคุณภาพ ตัวเก้าอี้มีน้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม โครงทำจากอลูมิเนียม TH72M พร้อมพนักพิงที่มีช่องระบายอากาศ ทำให้เวลานั่งจะไม่รู้สึกร้อน หากใครกำลังหา เก้าอี้พับ ขนาดพกพาที่นั่งได้แบบเต็มตัว ขอแนะนำตัวนี้เลย 

ประเภท: เก้าอี้พกพาพับได้

รองรับน้ำหนัก: 145 kg

ราคา: 5,500 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Cushy รุ่น Jungle

เก้าอี้สนามรุ่นนี้ มีน้ำหนัก 5.3 กิโลกรัม ถูกหุ้มด้วยผ้าใยสังเคราะห์ ซึ่งผ่านการถักทออย่างละเอียด นอกจากนี้ตัวเก้าอี้ยังถูกบุฟองน้ำทั้งตัว และมีสายหุ้มผ้าตาข่ายรองรับบริเวณช่วงเอวและหลังอีกด้วย ด้านข้างจะมีช่องวางแก้วน้ำ ใครกำลังคิดอยู่ว่าจะเลือก เก้าอี้สนามยี่ห้อไหนดี บอกเลยว่าตัวนี้น่าสนใจมาก 

ประเภท: เก้าอี้สนามหุ้มใยสังเคราะห์

รองรับน้ำหนัก: 120 kg.

ราคา: 2,500 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Pando รุ่น Sunlight

เก้าอี้แคมป์ ที่มาพร้อมน้ำหนัก 4.6 กิโลกรัม สามารถพับเก็บได้ง่าย โครงเก้าอี้ทำจากเหล็กชุบ Black Copper Coating 2 ชั้น ส่วนเบาะรองนั่งทำจากโพลีเอสเตอร์ ด้านหลังเคลือบด้วย PVC มาพร้อมที่วางแขนและแก้วน้ำ จัดเป็น เก้าอี้แค้มปิ้ง ที่ทนทาน น่าใช้งานมาก ๆ 

ประเภท: เก้าอี้แคมปิ้งแบบพับได้

รองรับน้ำหนัก: 110 kg.

ราคา: 899 บาท 

เก้าอี้แค้มปิ้ง
  1. Grand Sport GA เก้าอี้รวบ CAMO รุ่น Grand Adventure 311205

เก้าอี้รวบ CAMO รุ่น Grand Adventure (311205) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนงบน้อย เก้าอี้มีน้ำหนักเพียงแค่ 1.09 กิโลกรัม โครงทำจากเหล็กพร้อมพ่นกันสนิมอย่างดี ส่วนรองนั่งทำจากผ้า Oxford 600 D และมีช่องใส่ของอเนกประสงค์ให้ด้วย ถือเป็น เก้าอี้แค้มปิ้ง ราคาหลักร้อยที่น่าใช้งานไม่น้อยเลย 

ประเภท: เก้าอี้พกพาพับได

รองรับน้ำหนัก: 80-90 kg

ราคา: 319 บาท 

เลือก เก้าอี้แค้มปิ้ง ตรงความต้องการ ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี

เก้าอี้แค้มปิ้ง

การเลือกเก้าอี้สำหรับกิจกรรมตั้งแคมป์จำเป็นต้องคำนึงถึงวิธีการใช้งานเป็นหลัก รวมถึงคุณสมบัติของเก้าอี้ตัวนั้นด้วย หากต้องการ เก้าอี้นอนพับได้ ก็ควรเลือกเก้าอี้ที่มีขนาดยาวหน่อย และสามารถเก็บพับได้ง่าย แต่ถ้าหากต้องการนั่งปิกนิกแบบชิล ๆ ก็สามารถเลือกเก้าอี้แค้มปิ้ง ขนาดพกพาได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

10 ยาดมสมุนไพร แบรนด์ไทยยอดนิยม ดมแล้วหอมสดชื่น 2024 

ยาดมสมุนไพร

ในปัจจุบัน ยาดมสมุนไพร ของไทยกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่ใคร ๆ ก็ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานหนักมาเหนื่อย ๆ หากมียาดมหอม ๆ ไว้สูดดมก็จะช่วยให้สดชื่นและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และทุกวันนี้ไม่เพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่นิยม คนต่างชาติหลายคนก็รู้สึกติดใจกับยาดมของไทยเช่นกัน เรียกว่าเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเลยก็ว่าได้ 

10 อันดับ ยาดมสมุนไพร แบรนด์ไทยยอดฮิต ดมแล้วติดใจ

ผลิตภัณฑ์ยาดมยี่ห้อต่าง ๆ ของไทยค่อนข้างเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบัน แม้ว่าบางคนอาจจะไม่ชอบกลิ่นของสมุนไพร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยาดม สมุนไพร ของไทยหลายยี่ห้อทำออกมาได้ดี จนทำให้หลายคนติดใจเมื่อได้สูดดม นอกจากจะให้กลิ่นหอมสดชื่นแล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เมารถและอื่น ๆ ได้อีกด้วย มาดูกันว่า 10 อันดับ ยาดมไทยมียี่ห้ออะไรบ้าง น่าซื้อมาลอง 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดมสมุนไพรตราหงส์ไทย สูตรดั้งเดิม

ยาดมหงส์ไทย กระปุกเขียวยอดฮิตที่ทำเอาคนไทยและต่างชาติติดใจไปตาม ๆ กัน สูตรนี้มีส่วนผสมหลักอย่างเกล็ดสะระแหน่ การบูร น้ำมันยูคาลิปตัส และพิมเสน ให้กลิ่นหอมสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์ มีความหอมเย็นจากการบูร ใครที่เหนื่อยง่าย หรือรู้สึกจะเป็นลม แนะนำ ยาดมสมุนไพร ตัวนี้เลย 

กลิ่น: สมุนไพรคล้ายแป้งน้ำอบไทย

ราคา: 39 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดมสมุนไพรตราหงส์ไทย สูตร 2

นอกจากสูตรดั้งเดิมแล้ว หงส์ไทยยังมีสูตรเข้มข้นด้วย โดยจะมาในรูปแบบกระปุกสีเหลือง ได้ส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติ ให้กลิ่นหอมดอกไม้ผสมสมุนไพรไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความที่มีหลายตัว บางคนอาจสงสัยว่า ยาดมหงส์ไทย 7-11 กี่บาท สำหรับสูตรนี้มีราคาแค่หลักสิบเท่านั้น 

กลิ่น: สมุนไพรผสมดอกไม้

ราคา: 39 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดมพิมเสนน้ำ ตราหงส์ไทย

ยาดมของหงส์ไทยตัวที่ 3 เป็นพิมเสนน้ำ กระปุกสีขาว มีเอกลักษณ์แบบที่ไม่ต้องถามว่า ยาดมหงส์ไทยมีกี่แบบ ได้ส่วนผสมจากสมุนไพรตามธรรมชาติ 100% ให้กลิ่นหอมแบบเย็น ๆ สามารถสูดดมเพื่อความสดชื่น และบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังใช้ทาเพื่อผ่อนคลายได้อีกด้วย 

กลิ่น: พิมเสน

ราคา: 35 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดม ตราโป๊ยเซียน

เรียกว่าเป็นยาดมไทยในตำนานเลยก็ว่าได้ ยาดมโป๊ยเซียนแบบแท่งเรียวยาว มีส่วนผสมของเมนทอล การบูร น้ำมันยูคาลิปตัส และพิมเสน นับเป็นอีกหนึ่งยาดมสมุนไพร ไทยที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะมีอยู่หลายสีด้วยกัน แต่กลิ่นไม่ต่างกันนัก หากมีอาการคัดจมูก วิงเวียนศีรษะ เมารถ เมาเรือ ตัวนี้ช่วยได้ 

กลิ่น: สมุนไพรโบราณหอมสดชื่น

ราคา: 21 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดม ตราถ้วยทอง กลิ่นเลมอน

มีส่วนผสมหลักอย่างน้ำมันหอมระเหยจากเลมอน เกล็ดสะระแหน่ น้ำมันเปเปอร์มิ้นท์และยูคาลิปตัส ให้กลิ่นสมุนไพรแบบชัด ๆ ใครถามหา ยาดมแก้คัดจมูก ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้น่าสนใจมาก ๆ นอกจากแก้คัดจมูกได้แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการหน้ามืด คลื่นไส้อาเจียน รวมถึงบรรเทาความเครียดได้ด้วย 

กลิ่น: เลมอน, ลาเวนเดอร์

ราคา: 24 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. Peppermint Field Inhaler 2 cc.

ยาดม Peppermint Field ขนาดกะทัดรัด ผลิตด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% โดยมีสะระแหน่เป็นส่วนผสมหลัก และยังมีส่วนผสมอื่นอย่างเมนทอล น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ การบูร พิมเสน และน้ำมันยูคาลิปตัส สูตรนี้มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ สูดดมแล้วไม่แสบจมูก ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและวิงเวียนศีรษะได้ 

กลิ่น: เปปเปอร์มิ้นท์

ราคา: 25 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดม ตราโบว์แดง

ยาดม ตราโบว์แดง เป็นอีกหนึ่ง ยาดม 7-11 ที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี สูตรนี้มาในรูปแบบกระปุกสีเขียว มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย รวมไปถึงผิวมะกรูด ผิวมะนาว และผิวส้มจีน จึงเป็น ยาดม สมุนไพร ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับคนที่ชอบกลิ่นหอมเปรี้ยว ๆ สูดดมแล้วชื่นใจ 

กลิ่น: สมุนไพรรสเปรี้ยว

ราคา: 35 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดมสมุนไพรตราวังว่าน

อีกหนึ่ง ยาดมสมุนไพร7-11 หาซื้อได้ง่าย แพ็คเกจจิ้งทำมาได้น่ารักมาก ๆ โดยสูตรนี้จะปราศจากน้ำหอมสังเคราะห์ มีส่วนผสมของสมุนไพรหมัก ซึ่งเป็นสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาหวัด คัดจมูก ไอ หน้ามืด แก้วิงเวียน และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย 

กลิ่น: สมุนไพรโบราณนุ่มละมุน

ราคา: 39 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดมแก้วิงเวียน Vapex

ยาดม Vapex เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เห็นกันอยู่บ่อย ๆ จัดเป็น ยาดมสมุนไพร ไทยที่มีกลิ่นหอมเย็น ๆ กลิ่นไม่ฉุนมาก โดยมีส่วนผสมสำคัญอย่างเมนทอล และน้ำมันยูคาลิปตัสธรรมชาติ นอกจากใช้สูดดมแล้ว สูตรนี้ยังมีน้ำที่เราสามารถใช้ทาตามคอและหน้าอกได้ด้วย ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและวิงเวียนศีรษะ 

กลิ่น: สมุนไพรเย็น ๆ

ราคา: 25 บาท 

ยาดมสมุนไพร
  1. ยาดมสมุนไพรตราเฌอเอม

ยาดม สมุนไพร ตราเฌอเอม เป็นอีกหนึ่งสูตรที่มีกลิ่นหอมสดชื่นน่าลองมาก ๆ สูดดมแล้วหอมติดใจ กลิ่นสมุนไพรไทยแบบละมุน ช่วยให้ผ่อนคลายได้ดี โดยสูตรนี้มีส่วนผสมของโกฐจุฬาลัมพา และสมุนไพร 11 ชนิด มาพร้อมกับแพ็คเกจน่ารัก ขนาดพกพาสะดวก น้ำหนักเบา หาซื้อได้ที่ 7-11 

กลิ่น: สมุนไพรแบบธรรมชาติ

ราคา: 25 บาท 

สุดยอด ยาดมสมุนไพร ไทย ไอเท็มเด็ดที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้

ทุกคนคงได้รู้แล้วว่า ยาดมสมุนไพรยี่ห้อไหนดี บ้าง ต้องบอกว่าแต่ละแบรนด์ หรือแต่ละสูตรจะมีกลิ่นหอมแตกต่างกันไป แต่จะต่างกันมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ใช้ และนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมียาดมไทยอีกหลายแบรนด์ที่ดีไม่แพ้กัน หวังว่าหลายคนจะเจอสูตรที่ใช่และกลิ่นที่ชอบ บอกเลยว่า ยาดมสมุนไพรไทย นั้นติดตลาดไปแล้ว ใครอยากมีติดตัวไว้ก็ไปตำกันได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

เปิดกรุ 10 กระเป๋าแบรนด์ไทย น่าใช้งาน ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ 

รู้หรือไม่ กระเป๋าคุณภาพดีไม่ได้มีแค่แบรนด์นอกเท่านั้น สำหรับแบรนด์ไทยเองก็ต้องบอกว่าดีไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระเป๋าแบรนด์ไทย หลายแบรนด์ได้ออกแบบกระเป๋ารุ่นใหม่ที่มีดีไซน์สวยเก๋ ทันสมัย ดูน่าครอบครองสุด ๆ วันนี้ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกระเป๋าฝีมือคนไทยที่มีคุณภาพสมกับราคา 

แนะนำ 10 อันดับ กระเป๋าแบรนด์ไทย น่าใช้งาน ราคาสมเหตุสมผล

เมื่อพูดถึงกระเป๋าแบรนด์ดัง หลายคนมักจะนึกถึงแบรนด์ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีการผลิตกระเป๋ามานานและมีคุณภาพดี จนเป็นที่รู้จักในตลาดแฟชั่น แต่ตอนนี้ขอบอกเลยว่า กระเป๋า แบรนด์ไทย ดี ๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย สำหรับใครที่สนใจกระเป๋าแบรนด์ของไทย มาเปิดกรุ 10 กระเป๋าแบรนด์ดัง จากไทยกับเราได้เลย 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Kappa.bkk รุ่น Monet Classic

กระเป๋าแบรนด์ไทยสุดชิคจาก Kappa.bkk รุ่น Monet Classic สามารถสะพายไหล่ได้ หรือจะใช้เป็น Handbag ก็ได้เช่นกัน โดยจะมีสายยาวทำร่องบ่ามาให้เพื่อป้องกันการเจ็บไหล่ บอกเลยว่าเป็น กระเป๋าแบรนด์ไทย ราคาหลักร้อย ที่กำลังมาแรง แถมมีสีให้เลือกหลายสีด้วย ช่วยให้เราแมทช์ได้หลายลุคเลยทีเดียว 

วัสดุ: หนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียม

ราคา: 650 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Caseharden รุ่น Street Promax

อีกหนึ่ง กระเป๋าแบรนด์ไทยราคาไม่แพง โดยรุ่นนี้จะเป็นกระเป๋าสะพายทรงโฟนเก๋ ๆ ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมสายสะพาย 1 สาย สามารถปรับระดับได้ ดีไซน์เรียบหรูและทันสมัย ทนต่อรอยขีดข่วน เหมาะกับการใช้ใส่โทรศัพท์และสิ่งของเล็กน้อย มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Ivory, Grey, Beige, Midnight Blue และ Black 

วัสดุ: หนังวีแกน

ราคา: 890 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Keep รุ่น New Mera Varan

กระเป๋าอเนกประสงค์ Keep รุ่น New Mera Varan มีดีไซน์เรียบหรูสไตล์โมเดิร์น ผ่านการตัดเย็บด้วยการควิลท์ลายแพทเทิร์นวี สัมผัสนุ่มมือและมีความทนทาน เรียกว่าเป็น กระเป๋าแบรนด์ไทย ที่มีคุณภาพสมราคา โดยสามารถใช้เป็นกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพายข้าง และกระเป๋าคลัทช์ได้ด้วย

วัสดุ: หนังวัวแท้

ราคา: 1,675 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Madam Peony รุ่น Classic woc

กระเป๋าสุดคลาสสิกจาก Madam Peony ดีไซน์เรียบหรู ใช้เป็นกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าสะพายข้างก็ได้ ด้านในจะมีช่องใส่ธนบัตร 1 ช่อง และช่องใส่บัตรอีก 11 ช่อง นอกจากนี้ยังมีช่องซิปที่ใส่ของกระจุกกระจิกได้อีกด้วย ถือเป็น กระเป๋าแบรนด์ราคาไม่แพง ที่มีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีขาว, สีเบจ, สีนู้ด, สีเทา และสีดำ 

วัสดุ: หนังวัวแท้

ราคา: 1,891 บาท 

  1. Repleat รุ่น Hobo Petite

กระเป๋า Crossbody สุดเก๋ ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยจะมีลวดลายบนเนื้อผ้าอย่างชัดเจน แถมลูกเล่นบนกระเป๋าก็ยังมีความสดใสและสนุกสนานอยู่ในตัวด้วย มีให้เลือกหลายสี อาทิ สีส้ม สีน้ำเงิน และสีเขียว ถือเป็น กระเป๋าแบรนด์ไทยราคาหลักพัน ที่ใช้งานได้หลายรูปแบบเลยทีเดียว 

วัสดุ: หนังแท้/ผ้าโพลีเอสเตอร์

ราคา: 3,450 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Vera รุ่น Lundi 13

สาว ๆ คนไหนที่สนใจกระเป๋าแบรนด์ไทย สไตล์มินิมอล ขอแนะนำรุ่นนี้เลย ถือเป็น กระเป๋าแบรนด์ผู้หญิง ดีไซน์เรียบ ๆ แต่ดูสวยเก๋ แถมตัดเย็บด้วยความประณีต เก็บรายละเอียดดีสุด ๆ โดยมี 7 สี ได้แก่ เหลือง Ceylon, เขียว Mallard, ชมพู Pink-a-boo และ 4 สีหลักอย่าง Almond, Black, Ivory และ Tauวัสดุ: หนังวัว

ราคา: 4,250 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Aristotle รุ่น Little Maxi

กระเป๋า Aristotle รุ่น Little Maxi เป็นกระเป๋าสะพายข้างทรงกลมสีแดงสุดคลาสสิก มาพร้อมกับลายกุหลาบที่ใช้เทคนิคปักนูนอันเป็นเอกลักษณ์ แถมด้านข้างยังมีรูปใบไม้โลหะสีเงินอีกด้วย ใครที่กำลังมองหา กระเป๋าแบรนด์หลักพัน แมตช์ได้หลายลุค ขอแนะนำเลย

วัสดุ: หนังแท้

ราคา: 7,550 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Pipatchara รุ่น Infinitude

กระเป๋าแบรนด์รักษ์โลกสุดทันสมัย และได้ปรากฏตัวอยู่ในงาน London Fashion Week 2024 ด้วย ถือว่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ เรียกว่าเป็น กระเป๋าแบรนด์ไทย ที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันอยู่ไม่น้อย สำหรับรุ่นยอดนิยมก็คือกระเป๋าลายถัก AMU รุ่น Infinitude แฟชั่นจากพลาสติกรีไซเคิลที่มีความโดดเด่นสุด ๆ

วัสดุ: พลาสติกรีไซเคิล

ราคา: 21,900 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Nasha Made in Mars รุ่น Pinto

กระเป๋าแบรนด์ไทยหนังแท้ สุดครีเอทจาก Nasha Made in Mars รุ่น Pinto ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปิ่นโตใส่อาหาร ถูกออกแบบโดยผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและสากลได้อย่างลงตัว ดีไซน์กระเป๋าจะมีลักษณะคล้ายปิ่นโต ซึ่งมีซิปรอบกระเป๋าแยกไว้เป็นชั้น ๆ และสายสะพายสามารถปรับได้ตามความถนัด 

วัสดุ: หนังแท้

ราคา: 34,990 บาท 

กระเป๋าแบรนด์ไทย
  1. Boyy รุ่น Karl

กระเป๋าแบรนด์ไทยระดับโลก อย่าง BOYY ได้ตีตลาดต่างประเทศจนเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย สำหรับกระเป๋ารุ่น Karl จุดเด่นจะอยู่ที่หัวเข็มขัด ถือเป็นซิกเนเจอร์เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีดีไซน์สวยเก๋ เรียบหรูดูทันสมัย งานตัดเย็บคือประณีตสุด ๆ สามารถใช้ได้แทบทุกโอกาสเลยทีเดียว 

วัสดุ: หนังลูกวัว

ราคา: 44,500 บาท 

มือใหม่เลือก กระเป๋าแบรนด์ไทย ยังไงให้ตอบโจทย์ คุ้มค่ามากที่สุด

กระเป๋าแบรนด์ไทย

มาถึงตรงนี้แล้วขอบอกว่าในฐานะคนไทย เรารู้สึกภูมิใจมากที่ กระเป๋าไทย ทำออกมาได้ดีจนเป็นที่ยอมรับ จะเห็นได้ว่ามีกระเป๋าหลายแบรนด์คุณภาพดี ๆ ทั้งนั้น แถมยังมาพร้อมกับราคาที่สมเหตุสมผล ซื้อมาแล้วจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลย เพราะคุ้มแสนคุ้มจริง ๆ หากใครสนใจกระเป๋าแบรนด์ไทยไปช็อปกันได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

แนะนำ 12 อาหารสุนัข พันธุ์เล็ก คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ให้สารอาหารครบถ้วน 

อาหารสุนัข

สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่คนทั่วโลกต่างเลี้ยงไว้ในบ้าน ถือเป็นสัตว์เลี้ยงอีกหนึ่งประเภทที่น่ารักมาก ๆ เพราะสามารถเป็นเพื่อนกับมนุษย์อย่างเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็กจะดูน่ารักน่าเอ็นดูมากเป็นพิเศษ และเพื่อให้พวกเขาอยู่กับเราได้นาน ๆ การดูแลสุขภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจ หนึ่งในนั้นคือการให้อาหาร น้องหมาควรได้กิน อาหารสุนัข ที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับเขา 

12 อันดับ อาหารสุนัข พันธุ์เล็กดีที่สุด สารอาหารครบ เคี้ยวง่าย ได้ประโยชน์หลากหลาย

สุนัขพันธุ์เล็กเป็นสุนัขที่น่ารัก น่าเอ็นดู ด้วยความที่มีขนาดที่ตัวเล็ก เราจึงสามารถพาเขาไปในสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่กำลังเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กอยู่ คุณควรให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกินของน้องด้วย เนื่องจากในปัจจุบัน อาหารสุนัข มีให้เลือกหลายสูตร หลายยี่ห้อ บางคนอาจยังไม่รู้ว่าจะเลือกยี่ห้อไหนfu ดังนั้นเราจะมาแนะนำ 12 อาหารสุนัขยี่ห้อไหนดี 2024 มีสารอาหารครบถ้วน กินแล้วสุขภาพดี แข็งแรง 

อาหารสุนัข
  1. Pedigree

Pedigree อาหารสุนัขที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ รสเนื้อวัวและผักจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันโอเมก้า 6 สังกะสี โปรตีน ใยอาหาร แคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขนให้สวยสุขภาพดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูกและฟัน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูระบบย่อยอาหารอีกด้วย 

ปริมาณ: 8 kg.

ราคา: 639 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขโตพันธุ์เล็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. Hill’s Science Diet Adult Small Paws

อีกหนึ่ง อาหารสุนัขเล็ก ที่มียอดขายสูง หลายคนนิยมซื้อให้สุนัขกิน โดยสูตรนี้จะเหมาะกับน้องหมาพันธุ์เล็กอายุ 1-6 ปี และมีน้ำหนักไม่เกิน 11 กิโลกรัม อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้มีสุขภาพดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และยังช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารอีกด้วย 

ปริมาณ: 7 kg.

ราคา: 2,250 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขพันธุ์เล็ก อายุ 1-6 ปี 

อาหารสุนัข
  1. Royal Canin

อาหาร สุนัข Royal Canin จะมีให้เลือกทั้งสูตร Puppy Mini Indoor, Mini Indoor Adult และ Mini Indoor Senior เหมาะกับสุนัขพันธุ์เล็กที่เลี้ยงไว้ในบ้านโดยเฉพาะ มาพร้อมกับโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน บำรุงผิวหนังและขนให้แข็งแรง แถมยังลดการเกิดหินปูนและลดกลิ่นอุจจาระได้อีกด้วย 

ปริมาณ: 3 kg.

ราคา: 899 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขพันธุ์เล็ก อายุ 10 เดือน – 8 ปี 

อาหารสุนัข
  1. SmartHeart

อาหารสุนัขsmartheart รสเนื้ออบ ถือเป็นแบรนด์ดังที่มีการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง ทำให้เจ้าของสุนัขหลายคนให้ความไว้วางใจ เม็ดอาหารมีกลิ่นหอมและกรุบกรอบ ประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอย่างทอรีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลาทะเล อีกทั้งยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วย 

ปริมาณ: 20 kg.

ราคา: 1,370 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขพันธุ์เล็กทุกสายพันธุ์ อายุ 1 ปีขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. Jerhigh Meat as meals

เรียกว่าเป็น อาหารสุนัข เกรดพรีเมียมแบบ Holistic ที่หลายคนนิยมกัน เพราะมีปริมาณเนื้อค่อนข้างสูง แถมเม็ดอาหารยังนุ่ม เคี้ยวง่ายอีกด้วย และแน่นอนว่ามีการควบคุมโภชนาการที่ดีเยี่ยม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ เพิ่มภูมิคุ้มกัน และยังมีส่วนช่วยในการดูดซับกลิ่นอุจจาระของสุนัขอีกด้วย 

ปริมาณ: 500 g. (บรรจุกล่อง 3 ซอง)

ราคา: 585 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขพันธุ์เล็ก อายุ 3 เดือนขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. Maxima

อาหารน้องหมาพันธุ์เล็กที่อุดมไปด้วยเนื้อแกะและข้าว มีทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย บำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยให้น้องหมาแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี ใครกำลังมองหา อาหารเม็ดสุนัขไม่เค็ม แนะนำสูตรนี้เลย เพราะมีการควบคุมระดับเกลือ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคไตวาย นอกจากนี้ยังควบคุมแมกนีเซียมเพื่อป้องกันการเกิดโรคนิ่วอีกด้วย 

ปริมาณ: 15 kg

ราคา: 1,050 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขพันธุ์เล็กทุกสายพันธุ์ 

อาหารสุนัข
  1. Supercoat

อาหาร สุนัข Supercoat รสไก่และตับ ถือเป็น อาหารเม็ดสุนัข ที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย ณ เวลานี้ เพราะให้คุณค่าทางโภชนาการสูง สารอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ และอื่น ๆ ที่จำเป็น ช่วยให้สุนัขมีกล้ามเนื้อและผิวหนังที่แข็งแรง ขนสวยเงางาม และมีภูมิต้านทานที่ดี 

ปริมาณ: 8 kg.

ราคา: 803 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขโตพันธุ์เล็กต้องการบำรุงขน และสุนัขชอบเปลี่ยนรสชาติอาหาร 

อาหารสุนัข
  1. LuvCare

อาหารสุนัข เกรดพรีเมียม มาพร้อมสารอาหารครบถ้วน ด้วยวัตถุดิบคุณภาพที่ทางแบรนด์คัดสรรมาเป็นอย่างดี เมื่อสุนัขกินแล้วจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังช่วยบำรุงกล้ามเนื้อและฟันให้แข็งแรงด้วย นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงขนให้แลดูเงางาม เหมาะกับน้องสุนัขโตพันธุ์เล็กมากทีเดียว 

ปริมาณ: 15 kg.

ราคา: 1,310 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขโตพันธุ์เล็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. Tiffany

อาหารสำหรับสุนัขโตพันธุ์เล็กจาก Tiffany จะมีเม็ดอาหารแบนเล็กขนาดเพียง 0.65 ซม. ทำให้น้องสุนัขเคี้ยวได้ง่าย โดยจะได้รับสารอาหารอย่างโปรตีนจากเนื้อไก่บดและเนื้อแกะ ช่วยให้สุนัขมีโครงสร้างร่างกายที่สมส่วน ไม่อ้วน พร้อมควบคุมปริมาณโซเดียม เพื่อช่วยป้องกันโรคไตวายอีกด้วย หากใครกำลังตามหา อาหารสุนัขยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับสุนัขพันธุ์เล็กก็ควรพิจารณายี่ห้อนี้ด้วย 

ปริมาณ: 15 kg.

ราคา: 1,250 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขโตพันธุ์ทอย อายุ 1 ปีขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. IAMS

อาหาร สุนัข IAMS สูตรสุนัขโตพันธุ์เล็ก ถือเป็นแบรนด์อินเตอร์ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ จุดเด่นคือเม็ดอาหารมีขนาดเล็กกำลังดี เคี้ยวง่าย ทำให้น้องสุนัขกินอาหารได้อย่างสะดวก ตรงนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงื่อได้ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารที่ช่วยดูแลผิวหนังและเส้นขนให้ดูสวยเงางามอีกด้วย 

ปริมาณ: 3 kg.

ราคา: 455 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขโตพันธุ์เล็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. BokDok

อาหารสุนัข BokDok รสเนื้อตับผัก เป็นอาหารน้องหมาที่อุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า 3 และ 6 แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยบำรุงผิวหนัง ขน และข้อต่อให้สุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องระบบขับถ่าย กินแล้วทำให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ไวด้วย 

ปริมาณ: 10 kg.

ราคา: 400 บาท

เหมาะสำหรับ: ลูกสุนัขและสุนัขพันธุ์เล็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป 

อาหารสุนัข
  1. Hajiko

อาหารน้องหมา Hajiko รสตับย่าง ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุกว่า 20 ชนิด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ยังบำรุงผิวหนัง ขน และข้อต่อให้แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งเป็นสูตรควบคุมความเค็ม มีปริมาณโซเดียมที่เหมาะสม จึงไม่ต้องกังวลว่ากินแล้วจะเสี่ยงเป็นโรคไตวาย หากใครมองหา อาหารสุนัขยี่ห้อไหนดี ราคาถูก สูตรนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย 

ปริมาณ: 2.6 kg.

ราคา: 185 บาท

เหมาะสำหรับ: สุนัขโตพันธุ์เล็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป 

สุดยอด อาหารสุนัข พันธุ์เล็กน่าซื้อมากที่สุด ได้รับคุณประโยชน์แบบเต็ม ๆ

จะเห็นได้ว่า อาหารหมา มีให้เลือกหลายแบรนด์กันเลยทีเดียว แต่ละสูตรจะมีสารอาหารที่แตกต่างกัน แถมมาพร้อมกับรูปทรงและขนาดแตกต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นคนเลี้ยงสุนัขควรให้ความสำคัญในการเลือกอาหารสุนัขให้เหมาะสมกับสุนัขที่ตัวเองเลี้ยง เพื่อให้เขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และอยู่กับเราไปได้นาน ๆ

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

แนะนำ 5 แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย 2024 ใช้งานง่าย สะดวกและปลอดภัย

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย

เนื่องจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากได้รับผลกระทบและขาดรายได้ไปมากพอสมควร หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านการเงิน จึงพยายามหาวิธีเพื่อเอาตัวรอดโดยการกู้เงิน และในปัจจุบันเราสามารถกู้เงินแบบออนไลน์ได้แล้ว ฉะนั้นบทความนี้ขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ 5 แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย น่าใช้งาน

5 อันดับ แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย ปลอดภัย น่าใช้งาน 2024

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากนิยมกู้เงินเพื่อนำไปใช้จ่ายหมุนเวียนสิ่งต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย หากถามว่า ยืมเงินที่ไหนง่ายสุด ก็คงหนีไม่พ้นการกู้เงินออนไลน์ อย่างไรก็ตามการกู้เงินแบบออนไลน์มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยง ฉะนั้นเราจึงต้องศึกษาให้ดีก่อนว่า แอปกู้เงินถูกกฎหมาย มีแอปใดบ้าง สำหรับใครที่กำลังจะกู้เงินลองมาทำความรู้จักกับ 5 แอปกู้เงินถูกกฎหมาย 2567 กันก่อนเลย 

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย
  1. FINNIX

ฟินนิกซ์เป็นแพลตฟอร์มกู้เงินด่วนที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการ สินเชื่อออนไลน์ อนุมัติทันที ถูกกฎหมาย เพราะให้วงเงินเยอะ แถมอนุมัติไว รู้ผลภายใน 5 นาที ถือเป็น แอปกู้เงิน จากบริษัท มันนิกส์ ภายใต้เครือธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ รับจ้างทั่วไป หรือฟรีแลนซ์ ก็สามารถกู้ได้โดยไม่ต้องยื่นสลิปเงินเดือน อย่างไรก็ตาม แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย นี้จะพิจารณาวงเงินจากข้อมูลที่ลูกค้าให้ไป 

คุณสมบัติ: สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี (รายได้เดือนละ 8,000 บาทขึ้นไป)

วงเงินสูงสุด: 100,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย: 2.75% ต่อเดือน 

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย
  1. MONEY THUNDER

MONEY THUNDER หรือ เงินทันเด้อ เป็นอีกหนึ่ง แอปเงินกู้ถูกกฎหมาย ที่กำลังได้รับความนิยม ให้บริการโดย บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้เครือธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถยื่นกู้ได้นานถึง 15 เดือน และทำเรื่องได้ตลอดเวลา อนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง แอปกู้เงินที่ถูกกฎหมาย ที่สามารถช่วยให้คน กู้เงินด่วน ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องวางเงินมัดจำหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ 

คุณสมบัติ: สัญชาติไทย อายุ 20-65 ปี (พนักงานประจำ ค้าขาย รับจ้างทั่วไป และอาชีพอิสระ)

วงเงินสูงสุด: 1,000,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย: 9.9 – 25% ต่อปี 

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย
  1. LINE BK

LINE BK เป็น แอปเงินกู้ด่วน ที่ปล่อยสินเชื่อจากความร่วมมือกันระหว่าง LINE และธนาคารกสิกรไทย จุดเด่น คือ อนุมัติไว ไม่มีรายได้ประจำก็สามารถทำการกู้ได้ และถ้าอยากใช้วงเงินเมื่อไหร่ก็ใช้ได้เช่นกัน โดยมีระยะเวลาผ่อนจ่ายสูงสุด 60 เดือน ใช้เพียง Statement เพื่อยื่นขอสินเชื่อ ไม่จำเป็นต้องใช้สลิปเงินเดือนก็กู้ได้ จัดเป็น แอปกู้เงินถูกกฎหมาย ยอดนิยมที่หลายคนใช้กัน 

คุณสมบัติ: สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี (รายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาท/เดือน) และมีบัญชีเงินฝาก LINE BK

วงเงินกู้: ไม่เกิน 50,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย: 33% ต่อปี 

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย
  1. RABBIT CASH

แอปเงินกู้ นี้จะมีสินเชื่อให้เลือก 2 อัน ได้แก่ สินเชื่อเงินก้อนพร้อมใช้ คือรับเงินก้อนมา แต่ไม่สามารถหมุนเวียนสินเชื่อได้ และสินเชื่อผ่อนตามใจคือสินเชื่อหมุนเวียน สามารถใช้วงเงินได้ตลอดอายุสัญญา นับเป็นแพลตฟอร์ม เงินกู้ออนไลน์ ที่กู้เงินได้ค่อนข้างง่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ พนักงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ ก็สามารถกู้ได้ 

คุณสมบัติ: สัญชาติไทย อายุ 20-65 ปี (รายได้ขั้นต่ำ 8,000 บาท/เดือน)

วงเงินสูงสุด: 100,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย: 33% ต่อปี 

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย
  1. TRUE MONEY

แอพกู้เงิน True Pay Next ให้บริการกู้เงินกับลูกค้าทรูรายเดือนโดยเฉพาะ สามารถกู้ยืมเงินมาใช้ได้ทันที นับเป็น แอป กู้เงินถูกกฎหมาย ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทรูรายเดือนเท่านั้น โดยลูกค้าสามารถ เงินกู้ถูกกฎหมาย มาใช้ได้ง่าย ๆ และสามารถเลือกได้ว่าจะผ่อนชำระหรือจ่ายเต็มจำนวน ทั้งนี้หากชำระเต็มจำนวนภายในวันและเวลาที่กำหนดจะไม่มีการเก็บดอกเบี้ย 

คุณสมบัติ : ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัท ฯ

วงเงินกู้ : ไม่เกิน 10,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย : กรณีผ่อนชำระ ดอกเบี้ย 25%, กรณีจ่ายเต็มจำนวน ดอกเบี้ย 0% 

ทริคเลือกใช้ แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย ให้เหมาะสม ตอบโจทย์ความต้องการ

แอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย

หากต้องการกู้เงินออนไลน์ เราจำเป็นต้องศึกษาก่อนว่า แอพไหนที่กู้เงินได้จริง และแต่ละแอพมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง การทำความรู้จักแอพเงินกู้หลาย ๆ แอพจะทำให้เรารู้ได้ว่าควรเลือกใช้บริการแอพไหนถึงจะเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการ เพราะแต่ละแอพมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้งนี้ควรเช็คให้มั่นใจว่าแอพนั้นเป็นแอปกู้เงิน ถูกกฎหมาย และควรดูรายละเอียดด้วยว่า กู้เงินแอพไหนไม่เช็คบูโร

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

แนะนำ 12 คุชชั่น ยี่ห้อไหนดี 2024 ปกปิดริ้วรอย ใช้แล้วผิวเรียบเนียน

คุชชั่น

คุชชั่น (Cushion) เป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกได้ว่าเป็นรองพื้นชนิดหนึ่ง แต่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ส่วนใหญ่จะนิยมบรรจุในตลับ และมีแบบซองให้เลือกซื้อด้วย ในปัจจุบันหลายคนนิยมใช้กันมากขึ้น เนื่องจากใช้ง่าย สะดวกสบาย ไม่ว่าจะออกไปไหนก็สามารถพกไปด้วยได้ตลอดเวลา 

12 อันดับ คุชชั่น ยี่ห้อไหนดี 2024 ปกปิดริ้วรอยได้ดี มีคุณสมบัติน่าใช้งาน

คุชชั่นคือ สิ่งที่จะช่วยปกปิดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิวหน้าได้ในระดับบางเบาถึงปานกลาง บางสูตรอาจปกปิดได้มาก นอกจากนี้ คุช ชั่น โดยส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของสารบำรุงผิวอยู่ด้วย ใช้แล้วจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น เหมาะกับคนที่ต้องการลุคธรรมชาติ มาดูกันว่าในปี 2024 จะมี คุชชั่นยี่ห้อไหนดี น่าใช้บ้าง 

คุชชั่น
  1. BOBBI BROWN Skin Long-wear Weightless Foundation SPF50 PA+++

รองพื้น คุชชั่น ปกปิดได้เนียนแบบ Full Cover มาพร้อมเนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ใช้แล้วไม่รู้สึกแน่น เหมาะกับคนผิวมัน ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยหรือจุดด่างดำก็สามารถปกปิดได้อย่างเนียนกริบ โดยจะให้ฟินิชลุคแบบกึ่งแมตต์ ตัวคุชชั่นมีสารสกัดจากพืชตระกูลสาหร่าย ช่วยควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี 

คะแนนความปกปิด: 10/10

ราคา: 2,100 บาท 

คุชชั่น
  1. SKINTIFIC Cover All Perfect Air Cushion SPF35 PA++++

คุชชั่นเนื้อซิลิโคนนาโนครอสโพลิเมอร์ มาพร้อมพัฟรูปหยดน้ำจากเทคโนโลยี Rubycell Puff อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Raincoat Film มีส่วนผสมของ Centella Asiatica รวมถึง Hyaluronic Acid และ Ceramide เหมาะกับคนผิวมัน ใช้แล้วไม่ตกร่องระหว่างวัน ติดทนนานตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวได้ดี คุชชั่นตัวไหนดี ราคาไม่แพง ขอแนะนำตัวนี้เลย 

คะแนนความปกปิด: 9/10

ราคา: 449 บาท 

คุชชั่น
  1. MAC Studio Fix Complete Coverage Cushion Compact SPF50 PA++++

คุชชั่น เนื้อแมตต์สุดนุ่มเสมือนกำมะหยี่ เฉดสีเหมาะกับชาวเอเชียมาก ๆ ใช้ได้ทั้งคนผิวแห้งและผิวมัน เนื้อคุชชั่นเกลี่ยง่าย สบายผิว ปกปิดได้ดี ติดทนนาน เม็ดสีไม่ดรอประหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยหรือจุดด่างดำก็สามารถปกปิดได้อย่างเรียบเนียน นอกจากนี้ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอีกด้วย 

คะแนนความปกปิด: 9/10

ราคา: 2,100 บาท 

คุชชั่น
  1. LANEIGE NEO Cushion Matte SPF42 PA+++

คุชชั่นเนื้อแมตต์แบบธรรมชาติ เนื้อสัมผัสบางเบา ใช้แล้วสบายผิว สามารถปกปิดริ้วรอยต่าง ๆ ได้ในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ทั้งรอยดำ รอยแดง และรูขุมขน สามารถปกปิดได้อย่างเนียนกริบ และไม่เป็นคราบระหว่างวัน คุชชั่นลาเนจ ตัวนี้มาพร้อม SPF42 PA+++ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอดิจิทัลได้เป็นอย่างดี 

คะแนนความปกปิด: 9/10

ราคา: 1,500 บาท 

คุชชั่น
  1. 4U2 Soft Matte Cushion SPF50 PA+++

คุชชั่น4u2 สูตรแมตต์ที่พร้อมให้ความสวยแบบธรรมชาติ เนื้อสัมผัสนุ่ม ใช้แล้วสบายผิว ปกปิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้อย่างเรียบเนียน มีคุณสมบัติควบคุมความมัน กันน้ำ กันเหงื่อ และติดทนนาน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี SPF50 PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีอีกด้วย จัดเป็น คุชชั่น ที่เหมาะกับคนผิวผสมและผิวมัน 

คะแนนความปกปิด: 9/10

ราคา: 299 บาท 

คุชชั่น
  1. NAMI Makeup Pro Cover Blender Cushion

คุชชั่นซองราคาถูกจาก 7-11 มาพร้อมกับคุณสมบัติอันน่าทึ่ง เนื้อคุชชั่นเป็นสีขาว แต่พอเกลี่ยแล้วจะกลมกลืนไปกับผิวได้อย่างเรียบเนียน ใช้แล้วช่วยให้หน้าสวยผ่อง ฉ่ำโกลว์แบบไม่มีอะไรมากั้น คนผิวมันก็ใช้ได้ เรียกว่าเป็น คุชชั่น 7-11 ถูกและดี มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ ปกปิดได้ดี ไม่หนาจนเกินไป 

คะแนนความปกปิด: 8/10

ราคา: 49 บาท 

คุชชั่น
  1. SHISEIDO Synchro Skin Self-Refreshing Cushion Compact SPF35 PA++++

สุดยอดคุชชั่นเนื้อบางเบา ใช้แล้วสบายผิว ไม่รู้สึกแน่น แต่สามารถปกปิดได้อย่างเรียบเนียน ด้วยเทคโนโลยี ActiveForce™ จะช่วยให้ผิวดูสวยเป็นธรรมชาติ สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว คุมมันได้ดี แถมกันน้ำอีกด้วย บางคนอาจสงสัยว่า ทาคุชชั่นแล้วต้องทาแป้งไหม สำหรับตัวนี้จะทาแป้งทับหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว 

คะแนนความปกปิด: 8/10

ราคา: 1,350 บาท 

คุชชั่น
  1. CUTE PRESS Bye Bye Oil Cushion Foundation SPF 50+ PA+++

คุชชั่น เนื้อแมตต์สูตรออยล์คอนโทรล เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย เข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทยอย่างมาก โดยตัวนี้จะเหมาะกับคนผิวมันโดยเฉพาะ รวมไปถึงคนที่มีรอยดำ รอยแดง หรือจุดด่างดำต่าง ๆ เพราะตัวคุชชั่นสามารถปกปิดได้ดี ควบคุมความมันได้นานถึง 12 ชั่วโมง ถือเป็น คุชชั่นในวัตสัน ที่หาซื้อได้ง่าย 

คะแนนความปกปิด: 8/10

ราคา: 450 บาท 

คุชชั่น
  1. ETUDE Double Lasting Cushion Glow SPF50+ PA+++

คุชชั่นเกาหลี เนื้อรองพื้นแบบบางเบา ให้ความรู้สึกสบายผิว ปกปิดได้ในระดับปานกลาง สำหรับคนที่มีริ้วรอยหรือรอยแดงเล็ก ๆ สามารถใช้ได้ เหมาะกับคนผิวแห้งและผิวผสม ใช้แล้วผิวฉ่ำโกลว์แบบธรรมชาติ เผยผิวสวยได้แบบไม่โป๊ะ ติดทนนาน 24 ชั่วโมง ไม่ดรอปและไม่เป็นคราบระหว่างวัน 

คะแนนความปกปิด: 8/10

ราคา: 890 บาท 

คุชชั่น
  1. DR.PONG Acne Ace Longwear Cushion SPF30 PA+++

คุชชั่นที่ออกแบบมาเพื่อคนเป็นสิวโดยเฉพาะ เนื้อคุชชั่นบางเบา ไม่อุดตัน ฟินิชลุคแบบกึ่งแมตต์ เหมาะกับคนผิวผสมและผิวมัน คุชชั่นถูกและดี มีส่วนผสม Hyaluronic Acid ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แถมยังมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีกันน้ำและกันเหงื่ออีกด้วย 

คะแนนความปกปิด: 8/10

ราคา: 399 บาท

คุชชั่น
  1. RAN COSMETIC Instyle Cushion By Pom Vinij SPF30 PA+++

คุชชั่นรัน ตัวดังจาก Makeup Artist ระดับประเทศอย่าง ‘คุณป้อม วินิจ’ เนื้อคุชชั่นนุ่ม เกลี่ยง่าย ใช้แล้วสบายผิว และปกปิดริ้วรอยได้ดีไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย ทำให้ติดทนนาน ไม่เยิ้มระหว่างวัน ถือเป็น คุชชั่น ราคานักเรียน ที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว สามารถหาซื้อได้ที่ 7-11 

คะแนนความปกปิด: 8/10

ราคา: 59 บาท 

คุชชั่น
  1. JUNG SAEM MOOL Masterclass Radiant Cushion SPF50+ PA+++

คุชชั่น jung saem mool เนื้อสัมผัสบางเบา ใช้แล้วสบายผิว เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้งจะใช้ดีเป็นพิเศษ ตัวนี้จะคุมมันได้ในระดับหนึ่ง อาจจะไม่มากนัก แต่ใช้แล้วช่วยให้ผิวดูฉ่ำวาว ส่วนการปกปิดจะอยู่ในระดับกลาง ๆ หากต้องการปกปิดรอยสิวและริ้วรอยต่าง ๆ ควรใช้คู่กับคอนซีลเลอร์ 

คะแนนความปกปิด: 7/10

ราคา: 1,950 บาท 

เลือก คุชชั่น เหมาะกับสภาพผิว ตอบโจทย์ความต้องการ ใช้งานอย่างมั่นใจ

คุชชั่น

สำหรับมือใหม่อาจสงสัยว่า คุชชั่นเหมาะกับคนแบบไหน แตกต่างจากรองพื้นยังไง และควรเลือกแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าคุชชั่นจะมีเฉดสีให้เลือกน้อยกว่ารองพื้น ดังนั้นหากจะใช้ก็ควรเลือกเฉดสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวจริง และควรเลือกเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับสภาพผิวด้วย แนะนำให้เทสสีด้วยการทาลงบนบริเวณสันกรามก่อนเลือกใช้

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
รวมบทความ

อัพเดท 10 เรตินอล ยี่ห้อไหนดี 2024 ลดริ้วรอย หน้าใสกิ๊ง

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี

เรตินอล (Retinol) เป็นส่วนผสมในสกินแคร์ที่อยู่ในกลุ่มย่อยของ Retinoids หรือกลุ่มอนุพันธ์วิตามิน A มีส่วนสำคัญในการช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดการอุดตันของรูขุมขน และเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้อีกด้วย นั่นจึงเป็นส่วนสำคัญที่นิยมในสกินแคร์ชะลอวัย วันนี้มาดูกันว่าในปี 2024 มี เรตินอล ยี่ห้อไหนดี และน่าใช้บ้าง 

10 อันดับ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วริ้วรอยจางลง หน้าใสปัง

ในวงการสกินแคร์จะทราบกันดีว่า เรตินอล คือ ส่วนผสมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ปัญหาผิวต่าง ๆ ได้รับการดูแลและฟื้นฟูให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ สำหรับมือใหม่ไม่ควรพลาดกับลิสต์ 10 อันดับ เรตินอลยี่ห้อไหนดี 2024 เพราะจะทำให้รู้ว่าเรตินอลแบบไหนที่เหมาะกับผิวของตัวเอง มาดูกันว่าในปีนี้มี เรตินอลยี่ห้อไหนดี ที่กำลังมาแรง 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. Gravich Retinol Complex Concentrate Serum

เซรั่มที่มาพร้อม เรตินอล 3 รูปแบบ คือ Pro-Retinol (Retinol Ester), Retinol และ Retinal (Retinaldehyde) มีความเข้มข้นถึง 7% และยังมีส่วนผสมของ Panthenol และ Hya Complex ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และฟื้นฟูริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ตอบโจทย์ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วผิวกระชับ เรียบเนียนและกระจ่างใส 

ปริมาณ: 30 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ทุกสภาพผิว

ราคา: 590 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. Innisfree Retinol Cica Repair Ampoule

เรตินอลแอมพูลสูตรอ่อนโยน มีความเข้มอยู่ที่ 0.015% นอกจาก Retinol แล้ว ยังมี Cica เป็นส่วนผสมหลัก ช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคือง เติมความชุ่มชื้นและควบคุมความมันส่วนเกิน นอกจากนี้ยังมีกรดไฮยาลูรอน, เซราไมด์ และ Niacinamide เมื่อใช้ติดต่อกันนานเกิน 4 สัปดาห์ จะพบว่ารูขุมขนดูเล็กลงและผิวหน้ามีความมันน้อยลงด้วย 

ปริมาณ: 30 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ผิวแพ้ง่าย, ผิวไม่เรียบเนียน

ราคา : 1,144 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. La Roche-Posay Retinol B3 Serum

เซรั่มเรตินอลตัวดังที่มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา ทำงานผ่านโมเลกุลเรตินอลระดับสูงจากแพทย์ผิวหนัง ผสานกับเทคโนโลยี Gradual Release และวิตามิน B3 ช่วยให้ผิวตึงและกระชับ ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกอีกด้วย หากสงสัยว่า เรตินอลใช้คู่กับอะไร ต้องบอกว่าตัวนี้จะเหมาะกับการใช้ร่วมกับกันแดด 

ปริมาณ: 30 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ผิวมีปัญหาริ้วรอย, ร่องลึก, หมองคล้ำ, ไม่เรียบเนียน

ราคา : 1,600 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. Olay Regenerist Retinol 24 Night Serum

เรตินอลเซรั่มที่มีส่วนผสมของ Niacinamide, Retinol complex และ Dimethicone เรตินอลช่วยในเรื่องอะไร สูตรนี้จะช่วยเปลี่ยนผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงผ่านการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมความมัน ลดเลือนริ้วรอย ปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ช่วยให้รูขุมขนแลดูกระชับขึ้นและผิวดูอิ่มฟู ต้องสูตรนี้เลย 

ปริมาณ: 30 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ทุกสภาพผิว (โดยเฉพาะผิวมีปัญหารูขุมขนกว้าง)

ราคา: 1,199 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. COSRX The Retinol 0.5 Oil Serum

เรตินอลเซรั่มเนื้อออยล์ ผสานด้วยวิตามิน E, Squalane และ Coconut Oil มีความเข้มข้นอยู่ที่ 0.5% เหมาะสำหรับคนผิวแห้งโดยเฉพาะ เรตินอล ใช้ยังไง ตัวนี้ควรใช้ทาก่อนนอนในตอนกลางคืนเท่านั้น ซึ่งจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มาพร้อมสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวไม่ถูกทำร้ายจากแสงแดด 

ปริมาณ: 20 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ผิวมีปัญหาริ้วรอย, รอยสิว, ผิวขาดน้ำ

ราคา: 565 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. INGU Green Tea Retinol Repair Shot

เรตินอลเซรั่มที่มีความเข้มข้นถึง 3% มาพร้อมนวัตกรรม Encapsulated Retinol ผสานกับส่วนผสมอย่าง Matrixyl Synthe’6 MBAL, Forest Green Tea, PacifeelTM และ AquaxylTM ช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจน ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอย และป้องกันไม่ให้คอลลาเจนถูกทำลายจากแสงแดด เหมาะกับคนที่กำลังตามหา เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ช่วยฟื้นฟูผิวโดยเฉพาะ 

ปริมาณ: 40 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ผิวบอบบางแพ้ง่าย, ผิวมีปัญหาริ้วรอย

ราคา: 890 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. NO 7 Advanced Retinol 1.5% Complex Night Concentrate

ครีมเรตินอล สูตรเข้มข้นที่จะมาทวงความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวของคุณ นอกจากเรตินอลแล้วยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Matrixyl 3000 Plus ช่วยปรับผิวให้กระชับ เรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอ และลดเลือนริ้วรอย ควรใช้ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ ก่อนในช่วงแรก หลังจากนั้นจึงใช้ทุกวันตามความเหมาะสม 

ปริมาณ: 30 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ผิวมีปัญหาริ้วรอย

ราคา: 1,400 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. Dr.Pong Retinal-X Timeless Anti-Aging Serum

เรตินอลตัวดังที่มีสารบำรุงอยู่มากมาย แม้จะมีความเข้มข้นเพียงแค่ 0.04% แต่การันตีด้วยงานวิจัยที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีส่วนช่วยในการทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน และริ้วรอยดูจางลง ซึ่งมีสารบำรุงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Peptide, Xanthophylls, Glycerin, Niacinamide, Allantoin และสารสกัดจากถั่วเหลือง หากถามว่า เรตินอล ทาทุกวันได้ไหม บอกเลยว่าสูตรนี้ได้แน่นอน 

ปริมาณ: 15 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ราคา: 350 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. Kiehl’s Retinol Skin-Renewing Daily Micro-Dose Serum

เซรั่มเรตินอลที่มีเทคโนโลยี Micro-Dose พร้อมทำงานร่วมกับส่วนผสมหลักอย่าง Pure Retinol, Peptide และ Ceramide ช่วยให้ผิวกระชับและเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยผ่านการผลัดเซลล์ผิว ผสานกับ Niacinamide, Glycerin, สารสกัดจากเมล็ดดอกทานตะวัน และสารสกัดจากถั่วเหลือง หากใครกำลังมองหา เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ใช้ได้กับทุกสภาพผิวต้องตัวนี้เลย 

ปริมาณ: 1.5 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ทุกสภาพผิว

ราคา: 119 บาท 

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี
  1. Boots Ingredients Retinol Serum

เรตินอล Boots เนื้อเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามิน A ผสานด้วย Glycerin และว่านหางจระเข้ จัดเป็นเซรั่ม Vegan ไม่มีส่วนผสมอย่างน้ำหอม แอลกอฮอล์ และ Essential Oil โดยเป็นกลุ่มย่อยของ เรตินอย ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 

ปริมาณ: 30 ml.

เหมาะสำหรับสภาพผิว: ทุกสภาพผิว

ราคา: 139 บาท 

แนะนำมือใหม่เลือก เรตินอล ยี่ห้อไหนดี มีคุณสมบัติเยี่ยม ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้มากที่สุด

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี

สำหรับมือใหม่ควรทำความเข้าใจก่อนว่าเรตินอลคืออะไร และ เรตินอลเหมาะกับผิวแบบไหน บ้าง หากต้องการใช้ก็ควรเลือกจากส่วนผสมที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง รวมถึงปัญหาผิวหน้าที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารก่อความระคายเคืองแก่ผิวด้วย เมื่อพิจารณาส่วนดังกล่าวแล้วก็จะทำให้รู้ว่าควรเลือกเรตินอล ยี่ห้อไหนดี

อ่านบทความอื่นๆ: